ระหว่างที่ทั่วทั้งโลกเผชิญกับวิกฤตการณ์ Covid-19 เกือบ 2 ปี มีหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่มีนักท่องเที่ยวเป็นลูกค้าหลัก เช่น สายการบิน โรงแรม และร้านอาหาร เนื่องจากรัฐบาลของหลาย ๆ ประเทศออกนโยบายในการจำกัดคนเข้าและออกประเทศอย่างเข้มงวด ส่งผลให้หุ้นทั่วโลกราคาตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นสายการบิน ถึงกระนั้น ในวิกฤตการณ์นี้กลับมีธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้อย่างไม่น่าเชื่อ บทความนี้จึงได้รวบรวม 5 หุ้นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 น้อย:

1. Alibaba Group (9988)

บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติของจีนที่นักธุรกิจชื่อดังของโลกอย่าง Jack Ma เป็นเจ้าของ โดยบริษัททำธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซ การค้าปลีกบนอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี มีเว็บไซต์หลักของบริษัท คือ AliExpress และ Alibaba แน่นอนว่าท่ามกลางสถานการณ์ Covid-19 ผู้คนไม่สามารถออกไปจับจ่ายใช้สอยนอกบ้านได้เพราะกลัวเชื้อโรค การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จึงเป็นโซลูชั่น

2. Amazon Inc (AMZN)

บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติสัญชาติอเมริกันที่ Jeff Bezos เป็นเจ้าของ เป็นอึกหนึ่งบริษัทที่ทำธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซเช่นกัน ซึ่งเว็บไซต์ Amazon เป็นอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงเทคโนโลยีดิจิตอล ระบบปัญญาประดิษฐ์และคลาวด์ จะเห็นได้ว่าธุรกิจของบริษัทนี้เป็นออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งแน่นอนว่าผู้คนสามารถเข้าถึง่ายและใช้บริการได้ทันทีเพียงแค่คลิ๊กเดียว

3. FedEx Corp. (FDX)

FedEx Corp. FDX - รวม 5 หุ้นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 น้อย

บริษัทขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่เป็นเจ้าของโดย Frederick W. Smith มีเครือข่ายและจัดส่งสินค้าไปทั่วทั้งโลก เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 เลย เพราะต่อให้รัฐบาลหลาย ๆ ประเทศออกนโยบายจำกัดคนเข้าออกประเทศก็ตาม แต่การขนส่งสินค้าก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นและต้องดำเนินอยู่ตลอด

4. Uber Technologies Inc (UBER)

บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกันซึ่งเป็นของ Dara Khosrowshahi โดยบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับการรับส่งผู้โดยสาร การจัดส่งอาหาร จัดส่งพัสดุและขนส่งสินค้า เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 เพราะทั่วทั้งโลกยังคงต้องการบริโภคและอุปโภคสินค้าอยู่ ทำให้บริษัทขนส่งพัสดุเป็นกิจการจำเป็นอย่างมาก

5. Alphabet Inc. (GOOGL)

บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกาซึ่งก่อตั้งโดย Larry Page และ Sergey Brin บริษัททำธุรกิจเซิร์จเอนจิ้นอย่าง Google รวมไปถึง Youtube คลาวด์ และอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รบผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 น้อยมาก หรือแทบจะไม่ได้รับผลกระทบเลย กลับกันบริษัทยังสามารถทำกำไรได้สูงมากเมื่อคนเลือกที่จะดูยูทูประหว่างที่ต้องอยู่บ้าน และเซิร์จข้อมูลตลอดเวลา

และนี่เป็นรายชื่อหุ้นที่น่าสนใจ หากคุณชื่นชอบบทความของเราอย่าลืมกดแบ่งปันให้เพื่อน ๆของคุณได้อ่านกัน บทความหน้าจะเป็นอะไรโปรดติดตาม

ทฤษฎี Elliott Wave หรือคลื่นอีเลียต คือทฤษฎีที่นักลงทุนทุกคนต้องรู้จัก หรือเคยได้ยินผ่านหู หรือเห็นกราฟผ่านตามาบ้าง เป็นทฤษฎีที่มักจะถูกนำมาใช้ในการดูกราฟหุ้น ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่า ทฤษฎีระดับโลกนี้ มีต้นกำเนิดมาจากการว่างงานของชายสูงวัยคนหนึ่ง บทความนี้จะนำพาให้คุณได้ทำความรู้จักกับทฤษฎี Elliott Wave หรือทฤษฎีคลื่นอีเลียต จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย

จุดกำเนิดของทฤษฎี Elliott Wave หรือคลื่นอีเลียต

Elliott Wave Theory คือทฤษฎีในการดูกราฟหุ้น ที่ได้รับการคิดค้นโดยราล์ฟ เนลสัน เอลเลียต (Ralph Nelson Elliott) นักบัญชีชาวอเมริกัน ซึ่งทฤษฎีนี้ เกิดขึ้นมาจากความไม่ยอมแพ้ต่อสถานการณ์ตลาดและการขาดทุน โดยทฤษฎีอีเลียตมีจุดเริ่มต้นมาจากการว่างงานของคุณราล์ฟ เพราะจำเป็นต้องลาออกจากงานก่อนเกษียณอายุ เนื่องจากอาการเจ็บป่วยเรื้อรังในปี ค.ศ.1929-1933 ซึ่งในช่วงนั้น เป็นช่วงตกต่ำของตลาดหุ้น อันเนื่องมาจากพิษเศรษฐกิจ ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ขาดทุนมหาศาล และปิดกิจการลง อ้างอิงจาก Pantip

ในขณะที่นักลงทุนหลาย ๆ คน ไม่กล้าที่จะลงทุนและเลือกที่จะเก็บเงินสดไว้กับตัว เพราะสถานการณ์ในตลาดหุ้นไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก แต่คุณราล์ฟกลับมีความกล้าและตัดสินใจที่จะลงทุนในตลาดหุ้น ด้วยความเชื่อที่ว่า ตลาดลงก็สามารถตีกลับขึ้นมาได้ เพราะจากประสบการณ์ของอาชีพการทำงานเดิมที่มีมากกว่า 30 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวและเห็นสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศมาแล้วมากมาย ว่ามีจุดที่ขาดทุนย่อมมีจุดกลับที่ทำกำไรได้ คล้าย ๆ คลื่นที่มีขึ้นและมีลง คุณราล์ฟจึงได้คิดทฤษฎีนี้ขึ้นมา ซึ่งในปัจจุบันนี้เรียกว่า ทฤษฎี Elliott Wave หรือคลื่นอีเลียตนั่นเอง อ้างอิงจาก Sanook

ปัจจุบันนี้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจที่จะลงทุนในหุ้นมากขึ้น เพราะหุ้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาว อีกทั้งหุ้นบางตัวยังมีเงินปันผลที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก ๆ 3-12 เดือน ถึงกระนั้น การลงทุนในหุ้นอาจจะไม่ได้สวยงามและโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เพราะนอกจากจะมีนักลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนจากการเล่นหุ้นแล้วก็ย่อมมีนักลงทุนที่ขาดทุนจากการเล่นหุ้นเช่นกัน บทความนี้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อสรุป 5 ประเด็นที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจและเริ่มต้นจะเทรดหุ้น

1. หุ้นคืออะไร

หุ้น คือการแบ่งขายความเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยทางบริษัทจะทำการแบ่งขายหุ้นเพื่อเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามาลงทุนและเป็นเจ้าของกิจการได้ โดยนักลงทุนจะต้องเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ซึ่งอาจจะเป็นธนาคารหรือบริษัทโบรกเกอร์ เมื่อเปิดพอร์ตสำเร็จแล้วนักลงทุนจะได้รับ Username และ Password สำหรับล็อคอินบนโปรแกรมซื้อขายหลักทรัพย์ จากนั้นก็สามารถซื้อและขายหุ้นได้เลยทันที (อ้างอิง Pantip)

2. ต้องรู้จักหุ้น

อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้ นอกจากจะมีนักลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนจากการเล่นหุ้นแล้ว ก็ย่อมมีนักลงทุนที่ขาดทุนจากการเล่นหุ้นเช่นกัน ซึ่งการขาดทุนนั้นหลัก ๆ แล้วเกิดจากการขาดความรู้หรือไม่รู้จักหุ้นตัวนั้นดีพอ เช่น ไม่ทราบว่าบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการเทรดหุ้นคือ นักลงทุนจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจหุ้นที่ตนเองสนใจก่อนลงทุน

3. ซื้อหุ้นทำไม

เหตุผลหลัก ๆ ในการซื้อหุ้นคือการเก็งกำไร ยิ่งบริษัทไหนให้ผลตอบแทนสูง หุ้นของบริษัทนั้นก็จะยิ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนและถูกซื้อมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเรามีหุ้นตัวหนึ่งในมือแล้ว อีก 6 เดือนต่อมาทางบริษัททำกำไรได้มหาศาล จึงดึงดูดให้มีนักลงทุนรายอื่น ๆ สนใจในหุ้นตัวนี้ เราก็สามารถขายหุ้นในมือต่อได้เพื่อเอากำไร นอกจากการเก็งกำไรราคาหุ้นแล้ว หุ้นบางตัวก็จ่ายผลตอบแทนทุก 3, 6 และ 12 เดือน เช่นกัน

4. อ่านกราฟให้เป็น

นักลงทุนระยะสั้นส่วนใหญ่มักเลือกที่จะเทรดหุ้นโดยการดูกราฟเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันนี้มีเทคนิคในการดูกราฟหุ้น เช่น ทฤษฎีคลื่นอีเลียต ที่จะเป็นการดูจังหวะหุ้นที่เป็นลูกคลื่นว่าช่วงไหนควรซื้อและช่วงไหนควรรอ ช่วยให้นักลงทุนหลาย ๆ คนสามารถทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำจากเทคนิคการดูกราฟ

5. หุ้นไม่ใช่การออมเงิน

โปรดพึงระลึกไว้อยู่เสมอว่าการลงทุนในหุ้นไม่ใช่การออมเงิน และการลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูง มีกำไรและขาดทุน คุณมีโอกาสที่จะเสียเงินต้นของคุณได้ตลอดเวลาที่คุณเล่นหุ้น หากคุณรับความเสี่ยงที่จะเสียเงินต้นของคุณไม่ได้ เราขอแนะนำให้คุณเลือกที่จะซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือฝากเงินไว้ในธนาคารเพื่อกินดอเบี้ยจะดีกว่า

และนี่ก็เป็นข้อสรุป 5 สิ่งที่นักลงทุนหน้าใหม่ทุกคนจำเป็นต้องรู้ จะเห็นได้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการลงทุนในหุ้นนั่นก็คือการเรียนรู้และการทำความเข้าใจในหุ้นที่ต้องการลงทุน ประกอบกับการใช้เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเทรดหุ้น หากคุณชื่นชอบบทความของเราอย่าลืมกดแบ่งปันไปให้เพื่อน ๆ ของคุณได้อ่านกัน และบทความหน้าของเราจะเป็นอะไรติดตามได้เร็ว ๆ นี้